รีวิว เอกสารและวิธีการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ สำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์

 

สำหรับใครที่ขายของออนไลน์แล้วกำลังคิดว่าจะจดทะเบียนพาณิชย์ดีมั้ย จดแล้วดียังไง ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง มีขั้นตอนยังไง อ่านรีวิวของทับทิมที่พึ่งไปทำมาได้เลยค่า

การจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

 

ในที่นี้จะพูดถึงการจดทะเบียน “พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์” นะคะ ซึ่งจะแตกต่างจากการจดทะเบียน “พาณิชย์” เฉยๆ ตรงที่ การจดทะเบียนพาณิชย์คือเรามีหน้าร้าน การจดทะเบียนต้องมีรูปป้ายหน้าร้าน และต้องจ่ายภาษีป้ายด้วย ส่วนการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือขายออนไลน์อย่างเดียว ไม่มีหน้าร้าน ไม่ต้องมีรูปป้ายหน้าร้านค่ะ

 

การจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เหมาะกับใคร

เหมาะกับคนที่ขายของออนไลน์ทุกประเภทค่ะ รวมไปถึงการให้บริการต่างๆ ออนไลน์ด้วยนะคะ หรือก็คือ มีการรับเงินผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตค่ะ

ดังนั้น ใครที่ขายของออนไลน์หรือให้บริการออนไลน์ จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ได้หมดค่ะ

 

***ข้อมูลเพิ่มเติมจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า***

ตัวอย่างเว็บไซต์ที่เข้าข่ายต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

  1. มีระบบการสั่งซื้อ เช่น ระบบกรอกฟอร์ม ระบบตะกร้า e-mail หรืออื่นๆ
  2. มีระบบการชําระเงิน ออฟไลน์หรือ ออนไลน์ เช่น การโอนเงินผ่านระบบบัญชีการชําระด้วยบัตรเครดิต หรือ e-cash เป็นต้น
  1. มีระบบสมัครสมาชิก เพื่อรับบริการข้อมูลหรืออื่นๆ โดยมีการคิดค่าใช้จ่าย (ถือเป็นการขายบริการ)
  2. มีวัตถุที่ประสงค์หลักในการรับจ้างโฆษณาสินค้าหรือบริการของผู้อื่น และมีรายได้จากการโฆษณานั้น
  3. รับจ้างออกแบบเว็บไซต์ หรือเพียงโฆษณาว่าเป็นผู้รับจ้างออกแบบเว็บไซต์ (ถือว่าการออกแบบเว็บไซต์นั้นมีช่องทางการค้าปกติบนอินเทอร์เน็ต)
  1. เว็บไซต์ให้บริการเกมส์ออนไลน์ที่คิดค่าบริการจากผู้เล่น (เจ้าของเว็บไซต์ต้องจดทะเบียน)
  2. เว็บไซต์ที่มีการส่งมอบสินค้าหรือบริการผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เช่น การ Download เพลงโปรแกรม เกมส์ Ringtone Screensaver SMS เป็นต้น

 

ตัวอย่างเว็บไซต์ที่ไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

  1. มีเฉพาะหน้าร้านโชว์สินค้าของตนเอง แต่ทําการค้าในช่องทางปกติ (ไม่ใช่อินเทอร์เน็ต) แม้จะมีข้อความแจ้งว่าให้ติดต่อได้ เช่น สนใจโทร.ติดต่อ… หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่….
  1. การโฆษณาสินค้าของตนเอง โดยลักษณะของการโฆษณานั้นไม่ใช่วัตถุที่ประสงค์หลักของกิจการและไม่ใช่ช่องทางค้าปกติแม้จะมี banner ของผู้อื่นมาติดและมีรายได้จาก banner ก็ตาม
  1. การประชาสัมพันธ์หรือเผยแพร่ข้อมูลแก่สมาชิกหรือบุคคลทั่วไป โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายหรือบริการ เช่น เพื่อการสอน ประกาศรับสมัครงาน
  1. การประชาสัมพันธ์ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท หรือสินค้า
  2. เว็บไซต์ส่วนตัว (ส่วนบุคคล) ที่สร้างขึ้นเพื่อเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัว การงาน การศึกษา หรือความสนใจส่วนตัว
  1. เว็บไซต์ที่เป็นสื่อกลางด้านข้อมูล โดยมีจุดประสงค์ในการแลกเปลี่ยนข้อมูล โดยไม่มีการเสียค่าสมาชิกหรือค่าใช้จ่ายใดๆ

 

 

 

การจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ดียังไง

 

ถ้าเอาตามที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าบอก ก็คือ 

  1. ทำให้ร้านดูมีความน่าเชื่อถือ ว่าเรามีตัวตนจริง 
  2. สามารถขอรับเครื่องหมาย DBD Registered และ DBD Verified ได้ เอาไปแปะบนเว็บไซต์เราก็จะดูน่าเชื่อถือมากขึ้นค่ะ
  3. ได้รับสิทธิ์ในการเข้ารับการพัฒนาตามหลักสูตรที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนด

 

ในส่วนของเรื่องภาษีนั้นคนละส่วนกันนะคะ ไม่ว่าเราจะจดทะเบียนธุรกิจหรือไม่ หากเราทำการค้าขายแล้วมีรายได้ ก็ต้องเสียภาษีค่ะ

 

มาถึงเรื่องเอกสารที่ต้องเตรียมกันบ้าง ถึงแม้เราจะจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ แต่ก็ไม่สามารถทำออนไลน์ได้นะคะ ต้องเดินทางไปที่สำนักงานเขต หรือเทศบาล ในพื้นที่ที่ทะเบียนบ้านเราอยู่ค่ะ

 

เอกสารที่ต้องเตรียม

 

  1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของร้าน
  2. สำเนาทะเบียนบ้านของเจ้าของร้าน
  3. แบบคำขอจดทะเบียนพาณิชย์ (ขอได้ที่เขตหรือดาวน์โหลดได้ คลิกเลย)
    • ตัวอย่างการกรอกแบบฟอร์ม

 

 

 

  1. แบบฟอร์มรายละเอียดเกี่ยวกับเว็บไซต์ (ขอได้ที่เขตหรือดาวน์โหลดได้ คลิกเลย)
    • ตัวอย่างการกรอกแบบฟอร์ม

  1. เอกสารการจดโดเมนเนม (เฉพาะกรณีที่มีเว็บไซต์ ชื่อผู้จดทะเบียนโดเมนเนมต้องเป็นชื่อเดียวกันกับผู้ประกอบการที่จดทะเบียนพาณิชย์)
  2. Print หน้าแรกของเว็บไซต์ 
  3. แผนที่ตั้งร้านค้า (วาดเองหรือ print จาก google map ได้ค่ะ แต่เน้นตำแหน่งของเราให้ชัดๆ นะคะ)

 

กรณีที่เราไม่ใช่เจ้าของบ้าน ต้องมีเอกสารของเจ้าบ้านด้วย

  1. หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่
  2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าบ้าน
  3. สำเนาทะเบียนบ้านของเจ้าบ้าน

 

กรณีที่เราไม่สามารถไปยื่นเอกสารได้เอง ก็มอบอำนาจให้คนอื่นไปแทนได้ ต้องเตรียมเอกสารเพิ่ม

  1. หนังสือมอบอำนาจ
  2. สำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ (คนที่ไปยื่นให้)

 

ตัวอย่างหนังสือมอบอำนาจ

 

 

ไปจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ได้ที่ไหนบ้าง

  1. กรณีสำนักงานตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ

    • ยื่นจดได้ที่สำนักงานเขตที่สำนักงานตั้งอยู่

    • ยื่นจดได้ที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สำนักการคลัง กทม.

  2. กรณีสำนักงานตั้งอยู่ต่างจังหวัด

    • ยื่นจดได้ที่เทศบาลหรือองค์การบริการส่วนตำบล ที่สำนักงานตั้งอยู่

 

แนะนำว่าให้โทรไปถามที่ที่เราจะไปจดทะเบียนก่อนนะคะว่ามีเอกสารอะไรบ้าง เพราะบางที่ก็จะบอกว่า ไม่ต้องมีป้ายร้านติดหน้าบ้าน (อันนี้ถูกต้อง)

แต่บางที่ก็จะบอกให้เราติดป้ายร้านหน้าบ้านและให้เราจ่ายค่าภาษีป้ายด้วยค่ะ ซึ่งตรงนี้ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมไม่ตรงกัน แนะนำให้โทรไปถามก่อนค่ะ

 

อัตราค่าธรรมเนียม

  • การจดทะเบียนพาณิชย์ (ตั้งใหม่) 50 บาท 
  • การจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรายการ 20 บาท 
  • การจดทะเบียนยกเลิก 20 บาท 

 

หากมีเว็บไซต์หลายเว็บ แล้วอยากจดทะเบียนทั้งหมด ถามทางเขตมาเค้าบอกว่าให้รวบรวมเอกสารทั้งหมดตั้งแต่ข้อแรกอีกชุดนึงค่ะ ชุดละ 1 เว็บไซต์ค่ะ

 

สรุปขั้นตอนคร่าวๆ ดังนี้ค่ะ

 

  1. เตรียมเอกสารให้ครบ
  2. ไปที่สำนักงานเขต ฝ่ายปกครอง บอกว่า มาจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
  3. เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสาร แล้วก็นำไปลงทะเบียนให้
  4. ไปจ่ายเงิน 50 บาท แล้วกลับมารับใบทะเบียนพาณิชย์ แล้วก็กลับบ้านได้เลยค่า

 

ทับทิมทำทั้งหมดนี้เสร็จภายใน 20 นาทีค่ะ (ไม่มีคิวใดๆ นะคะ)

 

ตัวอย่างใบทะเบียนพาณิชย์ (แบบ พค. 0403)

 

 

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์นะคะ หากมีข้อสงสัยอะไร สามารถโทรไปสอบถามสำนักงานเขตหรือเทศบาลใกล้บ้านได้เลยค่ะ

หลังจากจดทะเบียนพาณิชย์แล้ว สามารถใช้ใบทะเบียนพาณิชย์นี้ไปเปิดบัญชีธนาคารเพื่อธุรกิจได้นะคะ อ่านรีวิวที่นี่ เลยค่ะ

 

Share what you've read:
Posted in Dropshipping, Start Your Business and tagged , , , .

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *